Homeหน้าแรก     Forumsเว็บบอร์ด     Downloadsรวมลิ้งคน่าสนใจ     Topicsเกี่ยวกับเรา     Top Tenติดต่อเรา   
www.engsamui.com :: ดูกระทู้ - เทคนิคการดูแลรักษาสระว่ายน้ำ([color=orange]เอามาฝาก)[/color]
www.engsamui.com หน้ากระดานข่าวหลัก www.engsamui.com  
  The Engineering Club Of Koh Samui      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
เทคนิคการดูแลรักษาสระว่ายน้ำ([color=orange]เอามาฝาก)[/color]

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    www.engsamui.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> พูดคุยประสาช่าง
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
jo-ensamui




เข้าร่วมเมื่อ: 19/10/2010
ตอบ: 2

ตอบตอบ: 19/10/2010 6:38 pm    ชื่อกระทู้: เทคนิคการดูแลรักษาสระว่ายน้ำ([color=orange]เอามาฝาก)[/color] ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เทคนิคการดูแลรักษาสระว่ายน้ำ Very Happy Idea
หัวใจประการแรกคือคุณสมบัติทางเคมีของน้ำในสระจะต้องสมดุลอย่างเหมาะสม ประการที่สองคือการกรองฝุ่นละอองในน้ำ ประการที่สามคือการหมุนเวียนของน้ำก็คือระบบสระว่ายน้ำนั้นเอง
ประการแรก คือเรื่องของเคมี จุดประสงค์ของการใส่สารเคมีในสระว่ายน้ำก็คือเพื่อฆ่าเชื้อโรค และเพื่อควบคุมคุณภาพของน้ำให้ได้ตรงตามมาตราฐานของน้ำในสระว่ายน้ำที่ดี โดยคือต้องทำการตรวจวัดและควบคุมมีหลักอยู่ดังนี้ คือค่า ph หรือค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ และค่าครอรีน สารเคมีที่ช่ายในการควบคุมเหล่านี้ได้แก่
1.ครอรีน เป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่ใช้กับสระว่ายน้ำ และมีอยู่หลายชนิดด้วยกันคือ ครอรีน90% ครอรีน65% ครอรีน10% แต่โดยทั่วไปนิยมใช้ครอรีน90% เนื่องจากมีความเข้มข้นสูงทำให้ใช้ปริมาณที่น้อยและอยู่ได้หลายสถานะสามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการได้
ค่าครอรีนในสระว่ายน้ำที่เหมาะสมให้อยู่ที่ระหว่าง 1.0-3.0 ppm ทำการตรวจวัดทุกๆวันโดยการใช้ชุดตวจสอบในการวัด
ปริมาณครอรีนที่ต้องเติมลงสู่สระว่ายน้ำสามารถเทียบได้จาก เช่น
- สระขนาด 100 คิว ต้องการเติมครอรีนให้มีค่า 1 ppm
ต้องใส่ครอรีน 111กรัม
ต้องการเติมครอรีนให้มีค่าเพิ่ม 3 ppm ต้องใส่ครอรีน 300 กรัม
*หมายเหตุ * ppm คือ part per million (1 ส่วนใน 1,000,000 ส่วน)

2.โซดาแอซ เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง มีค่า ph ประมาณอยู่ที่ 14 ใช้ในการปรับสภาพน้ำในกรณีที่น้ำเป็นกรดที่มีค่า ph ที่ต่ำ
กว่า 6.8 โซดาแอซมีลักษณะผงสีขาว วิธีใช้คือเทโซดาแอซทีละน้อยลงในถังที่มีน้ำบรรจุอยู่คนให้ละลายจนหมดแล้วจึงเทลงสระปริมาณในการใช้ประมาณ 1.3 กิโลกรัม ต่อสระขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน ใส่ทุกวันจนกว่าค่า ph จะสูงขึ้นจนอยู่ในระดับมาตราฐานคือ 7.2-7.6
3. กรดเกลือแห้ง เป็นสารมีคุณสมบัติเป็นกรดมีค่า ph อยู่ที่ 1.0 ใช้ในการปรับสภาพน้ำในกรณีที่ น้ำเป็นด่างมีค่า ph ที่สูงกว่า 7.8 กรดเกลือแห้งมีลักษณะเป็นผงสีขาว วิธีใช้คือกรดเกลือทีละน้อย ลงในถังที่มีน้ำบรรจุอยู่คนให้ละลายจะหมดแล้วจึงเทลงสระ ปริมาณการใช้ประมาณ1 กิโลกรัม ต่อขนาดสระ 100 ลูกบาศก์เมตร ต่อวันใส่ทุกวันจนกว่าค่า ph จะลดลงอยู่ในระดับมาตราฐานที่ 7.2-7.6
4. ผงกรอง เป็นสารพิเศษช่วยในการกรองน้ำ มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว จำเป็นต้องใช้ร่วมกับเครื่องกรองผ้า ผงกรองจะไปเคลือบติดอยู่กับแผ่นกรอง ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองละเอียดมากขึ้น เมื่อผ่านการใช้ไประยะหนึ่งผงกรองจะสกปรก เครื่องกรองจะตัน โดยดูจากเกย์วัดความดันของถังกรองจะขึ้นอยู่ที่ 15-20 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ต้องทำการล้างเครื่องกรอง โดยปริมาณของผงกรองที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดของเครื่องกรอง
5. น้ำยาควบคุมตะไคร่ A-Trine เป็นน้ำยานี้จะมีคุณสมบัติในการควบคุมการเจริญเติบโตของตะไคร่ภายในสระว่ายน้ำ และจะมีคุณสมบัติช่วยทำให้น้ำมีสีฟ้าสดใสด้วย เป็นสารเคมีที่ใช้ในการบำรุงรักษาตามระยะเวลาหรือเมื่อสระมีปัญหาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกวัน หากมีการดูแลเป็นประจำปริมาณการใช้ ½ แกลลอน ต่อสระ 100 คิว

(1 แกลลอนเท่ากับ 3.5 ลิตร)
ใส่ทุกสัปดาห์ ½ ลิตร ต่อสระ 100 คิว

6. น้ำยาปรับสภาพน้ำใส เป็นน้ำยาที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำเขียวที่เกิดจากการขาดการดูแล หรือน้ำขาดสารเคมี จึงทำให้ตะไคร่เกิดการเจริญเติบโตภายในสระมาก เป็นสาเหตุทำให้น้ำเขียว น้ำยาจะทำให้ตะไคร่ตายและตกตะกอนลงสู่ก้นสระ จากนั้นจึงทำการดูดตะกอนทำความสะอาดตามปกติ
ปริมาณการใช้ ½ แกลลอน ต่อสระ 100 คิว
(1 แกลลอนเท่ากับ 3.5 ลิตร)
ใส่ทุกสัปดาห์ ½ ลิตร ต่อสระ 100 คิว

7. น้ำยาเร่งการตกตะกอน F-2000 เป็นน้ำยาที่ช่วยแก้ปัญหาสภาพน้ำในสระมีลักษณะขุ่น เนื่องจากมีสารแขวนลอยมาก น้ำยาจะมีคุณสมบัติทำให้สารแขวนลอยมารวมตัวกันเป็นอนุภาคที่ใหญ่ขึ้นจนมีน้ำหนักมากพอที่จะตกตะกอนลงมาสู่ก้นสระ เทคนิคในการใช้น้ำยาเร่งการตกตะกอนคือเมื่อใส่ลงในสระแล้วต้องปิดระบบหมุนเวียนน้ำ เพื่อให้สารแขวนลอยตกตะกอน ทิ้งไว้ 1 คืน และต้องรีบดูดตะกอนออกตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากถ้าอุณหภูมิสูงตะกอนจะลอย ทำให้ดูดตะกอนออกได้ไม่หมด
ปริมาณการใช้ 1-½ แกลลอน ต่อสระ 100 คิว (1 แกลลอนเท่ากับ 3.5 ลิตร)
8. น้ำยาทำความสะอาดกระเบื้องขอบสระ Tile Cleanใช้ชุบฟองน้ำหรือผ้าเช็ดตามกระเบื้องขอบสระบริเวณระดับน้ำ เนื่องจากที่บริเวณนี้จะมีคราบสกปรกมาเกาะมาก คราบสกปรกมาจากฝุ่นละอองต่างๆ น้ำมันทาผิว เหงื่อไคล และสิ่งสกปรกที่มักลอยอยู่บนผิวน้ำ น้ำยาจะมีคุณสมบัติไม่มีฟอง และมีค่า pH เป็นกลางจึงไม่มีผลกระทบกับน้ำในสระ


ประการที่สอง คือการกรองที่สำคัญในการต้องการให้น้ำในสระว่ายน้ำใสและสะอาด
สระว่ายน้ำจะมีว่าวหลักอยู่ 4 วาล์ว คือ
1.สะดือ
2.ท่อดูดตะกอน
3. บ่อพักน้ำ
4. วาล์วท่อจ่าย(กรณีเป็นระบบสกิมเมอร์จะมีวาล์วสกิมเมอร์แทนวาล์วบ่อพักน้ำ)
การเปิดวาล์วน้ำเพื่อกรองระบบน้ำล้น
1.ให้เปิดวาล์วบ่อพักน้ำและวาล์วจ่ายน้ำเข้าสระ
2.ให้เปิดวาล์วเพื่อกรองน้ำหมุนเวียนเฉพาะในสระว่ายน้ำ
- ให้เปิดวาล์วสะดือและเปิดวาล์วจ่ายน้ำเข้าสระ

3. การดูดตะกอนสระว่ายน้ำ
-การดูดตะกอนสระว่ายน้ำต้องทำการดูดทุกวันวันละหนึ่งครั้ง กรณีน้ำเสียต้องทำการดูดตะกอนหลายครั้งเพื่อให้สระว่ายน้ำใสเร็วขึ้น วิธีการดูดตะกอนมีดังนี้
-เปิดฝาท่อดูดตะกอนที่ผนังสระถ้ามีหลายอันก็ให้เปิดอันใดอันหนึ่ง เปิดวาล์วดูดตะกอน ปิดหรือวาล์วบ่อพักน้ำหรือวาล์วสะดือ (แล้วแต่แรงดูดของการดูดตะกอน)
-นำหัดดูดตะกอนสวมด้ามดูดตะกอนและนำสายดูดด้านหนึ่งเสียบเข้ากับหัวดูดตะกอนและนำสายอีกด้านหนึ่งไปเสียบกับท่อดูดตะกอนที่เปิดฝาออกแล้วก็ดูดตะกอนตามแนวกระเบื้อง

4.วิธีการล้างเครื่องกรองสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำจะมีเครื่องกรองทรายกับเครื่องกรองผ้าให้สังเกตแรงดันของเกย์วัดแรงดัน ถ้าขึ้นเกิน 15 -20 PSI ให้ทำการถอดล้างเครื่องกรองโดยปิดระบบการหมุนเวียนก่อนปิดวาล์วทุกตัวให้สนิท ปล่อยน้ำทิ้งจากเครื่องกรองเปิดวาล์วไล่อากาศเมื่อน้ำในถังกรองหมดให้ถอดสายรัดถังกรองออกแล้วยกแผ่นกรองทั้งชุดออกมา ล้างให้สะอาดแล้วใส่กลับไว้ที่เดิม


5.วิธีการเติมผงกรองใหม่
- ให้เติมผงกรองทุกครั้งที่มีการล้างถังกรอง
วิธีการเติมผงกรอง
ล้างถังกรองให้สะอาด เปิดน้ำเติมในถังกรอง 10-20 เติมผงกรองที่เตรียมไว้กวนให้ละลาย แล้วยกแผ่นกรองใส่ปิดฝาถังกรองให้แน่น เปิดวาล์วบ่อพักน้ำเปิดวาล์วท่อจ่าย เปิดปั๊มเพื่อหมุนเวียนระบบ เปิดวาล์วไล่ลมจนน้ำไหลออกแล้วปิด
หมายเหตุ – ทุกๆเดือน ควรทำความสะอาดแท้งค์น้ำฟุตวาล์ว ตรวจดูลูกลอยรั่วหรือแตกหัก
-ถ้าตกหักควรเปลี่ยนหรือซ่อมแซม

อุปกรณ์การทำความสะอาด

1. สายดูดตะกอน 2. ด้ามดูดตะกอน 3. หัวดูดตะกอน 4. แปรงขัดสระ








ประการที่สามคือระบบสระว่ายน้ำที่วางระบบครั้งแรกต้องให้ได้ตามมาตราฐานและการเลือกระบบที่จะต้องการระบบไหนที่ใช้ได้ตามความต้องการ
ระบบสระว่ายน้ำ คือ
1. ระบบน้ำล้น (Over Flow Systems)
ระบบน้ำล้น (Over Flow Systems)
ระบบน้ำล้นเป็นระบบที่นิยมมากที่สุดในโลก ในปัจจุบันนี้ เพราะการดูแลรักษาง่าย จึงส่งผลทำให้สระว่ายน้ำที่สวยงาม, น่าลงเล่นน้ำ สระว่ายน้ำระบบนี้จะสังเกตง่ายๆ คือ จะมีเกตติ้ง รอบสระ และมีแท็งก์ของสระว่ายน้ำ ระบบนี้จะมีการหมุนเวียนดังนี้





ปัญหาสระว่ายน้ำที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข
1. น้ำเขียว
น้ำเขียวมักจะมีสาเหตุมาจากการขาดการดูแลหรือขาดสารเคมี ทำให้สาหร่ายและตะไคร่เจริญเติบโต เป็นผลทำให้น้ำมีสีเขียว ถ้าทิ้งไว้นานก็ยิ่งเขียวมากขึ้น จนกลายเป็นสีดำ
การแก้ไข ทำได้โดยการเติมคลอรีนลงไป และเดินระบบกรองและหมุนเวียนน้ำให้นานกว่าปกติ (หรือตลอดเวลา) ดูดตะกอนที่ตกลงมาก้นสระบ่อย ๆ และล้างเครื่องกรองให้บ่อยขึ้น ถ้า 2 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือไม่ดีเท่าที่ควร ให้ใช้น้ำยาปรับสภาพน้ำใสร่วมด้วย ปัญหาน้ำเขียวน่าจะแก้ไขปัญหาได้ภายใน 3-4 วัน (สำหรับสระ 100 ลูกบาศก์เมตร) ถ้าสระขนาดใหญ่อาจจะต้องใช้เวลานานมากกว่านี้

2. ตะไคร่
ปัญหาตะไคร่มักเกิดจากการดูแลที่สม่ำเสมอหรือน้ำขาดสารเคมีทำให้ตะไคร่เจริญเติบโต ทั้งตะไคร่เขียว เหลืองและดำ ส่วนมากจะมีที่บริเวณผนังสระและตามร่องกระเบื้อง
การแก้ไข ทำได้โดยทำการขัดตะไคร่ และเติมน้ำยาควบคุมตะไคร่ วันรุ่งขึ้นจึงทำการดูดตะกอนที่ตกลงที่พื้นสระทิ้งไป หลังจากนั้นควรทำการเติมน้ำยาควบคุมตะไคร่เป็นประจำ และควรควบคุมค่าคลอรีนในสระไม่ให้ต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อช่วยควบคุมตะไคร่อีกทางหนึ่ง
3. น้ำมีสีที่แปลกออกไป
การที่น้ำมีสีแปลกออกไปจากปกติเช่น สีแดงหรือสีสนิม เป็นต้น สาเหตุมาจากน้ำมีแร่ธาตุต่างๆ ปะปนอยู่ในปริมาณที่สูง เช่น เหล็ก สังกะสี เป็นต้น มักจะเกิดปัญหากับน้ำบาดาลเป็นส่วนใหญ่
การแก้ไข ทำได้โดยทำการเติมน้ำยาตะกอนโลหะลงในสระโดยเทคนิคในการใช้น้ำยาตกตะกอนโลหะคือเมื่อใส่ลงในสระแล้วต้องปิดระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อให้โลหะที่ปะปนอยู่ตกตะกอนทิ้งไว้ 1 คืน และต้องรีบดูดตะกอนออกตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากถ้าอุณหภูมิสูงตะกอนจะลอย ทำให้ดูดตะกอนออกได้ไม่หมด หากมีการเติมน้ำใหม่เข้าสระก็ควรจะใช้น้ำประปาหรือน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะดีกว่า

Idea การดูแลสระว่ายน้ำสำคัญคือตัวผู้ดูแลต้องเอาใจใส่ให้มากที่จะต้องคอยตรวจสอบค่าเคมีและศึกษาตัวสารเคมีให้เข้าใจก่อนที่จะใช้ ในการกรองหมุนเวียนน้ำก็ต้องตรวจสอบว่าตัวกรองสกปรกจะต้องล้างหรือไม่และระบบสระว่ายน้ำที่ดีก็จะเป็นระบบน้ำล้นเพราะสระจะไม่คอยจะสกปรกง่ายต่อการดูแลรักษา Embarassed
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
jo-ensamui




เข้าร่วมเมื่อ: 19/10/2010
ตอบ: 2

ตอบตอบ: 19/10/2010 6:41 pm    ชื่อกระทู้: Re: เทคนิคการดูแลรักษาสระว่ายน้ำ(อามาฝาก) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

jo-ensamui บันทึก:
เทคนิคการดูแลรักษาสระว่ายน้ำ Very Happy Idea
หัวใจประการแรกคือคุณสมบัติทางเคมีของน้ำในสระจะต้องสมดุลอย่างเหมาะสม ประการที่สองคือการกรองฝุ่นละอองในน้ำ ประการที่สามคือการหมุนเวียนของน้ำก็คือระบบสระว่ายน้ำนั้นเอง
ประการแรก คือเรื่องของเคมี จุดประสงค์ของการใส่สารเคมีในสระว่ายน้ำก็คือเพื่อฆ่าเชื้อโรค และเพื่อควบคุมคุณภาพของน้ำให้ได้ตรงตามมาตราฐานของน้ำในสระว่ายน้ำที่ดี โดยคือต้องทำการตรวจวัดและควบคุมมีหลักอยู่ดังนี้ คือค่า ph หรือค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ และค่าครอรีน สารเคมีที่ช่ายในการควบคุมเหล่านี้ได้แก่
1.ครอรีน เป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่ใช้กับสระว่ายน้ำ และมีอยู่หลายชนิดด้วยกันคือ ครอรีน90% ครอรีน65% ครอรีน10% แต่โดยทั่วไปนิยมใช้ครอรีน90% เนื่องจากมีความเข้มข้นสูงทำให้ใช้ปริมาณที่น้อยและอยู่ได้หลายสถานะสามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการได้
ค่าครอรีนในสระว่ายน้ำที่เหมาะสมให้อยู่ที่ระหว่าง 1.0-3.0 ppm ทำการตรวจวัดทุกๆวันโดยการใช้ชุดตวจสอบในการวัด
ปริมาณครอรีนที่ต้องเติมลงสู่สระว่ายน้ำสามารถเทียบได้จาก เช่น
- สระขนาด 100 คิว ต้องการเติมครอรีนให้มีค่า 1 ppm
ต้องใส่ครอรีน 111กรัม
ต้องการเติมครอรีนให้มีค่าเพิ่ม 3 ppm ต้องใส่ครอรีน 300 กรัม
*หมายเหตุ * ppm คือ part per million (1 ส่วนใน 1,000,000 ส่วน)

2.โซดาแอซ เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง มีค่า ph ประมาณอยู่ที่ 14 ใช้ในการปรับสภาพน้ำในกรณีที่น้ำเป็นกรดที่มีค่า ph ที่ต่ำ
กว่า 6.8 โซดาแอซมีลักษณะผงสีขาว วิธีใช้คือเทโซดาแอซทีละน้อยลงในถังที่มีน้ำบรรจุอยู่คนให้ละลายจนหมดแล้วจึงเทลงสระปริมาณในการใช้ประมาณ 1.3 กิโลกรัม ต่อสระขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน ใส่ทุกวันจนกว่าค่า ph จะสูงขึ้นจนอยู่ในระดับมาตราฐานคือ 7.2-7.6
3. กรดเกลือแห้ง เป็นสารมีคุณสมบัติเป็นกรดมีค่า ph อยู่ที่ 1.0 ใช้ในการปรับสภาพน้ำในกรณีที่ น้ำเป็นด่างมีค่า ph ที่สูงกว่า 7.8 กรดเกลือแห้งมีลักษณะเป็นผงสีขาว วิธีใช้คือกรดเกลือทีละน้อย ลงในถังที่มีน้ำบรรจุอยู่คนให้ละลายจะหมดแล้วจึงเทลงสระ ปริมาณการใช้ประมาณ1 กิโลกรัม ต่อขนาดสระ 100 ลูกบาศก์เมตร ต่อวันใส่ทุกวันจนกว่าค่า ph จะลดลงอยู่ในระดับมาตราฐานที่ 7.2-7.6
4. ผงกรอง เป็นสารพิเศษช่วยในการกรองน้ำ มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว จำเป็นต้องใช้ร่วมกับเครื่องกรองผ้า ผงกรองจะไปเคลือบติดอยู่กับแผ่นกรอง ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองละเอียดมากขึ้น เมื่อผ่านการใช้ไประยะหนึ่งผงกรองจะสกปรก เครื่องกรองจะตัน โดยดูจากเกย์วัดความดันของถังกรองจะขึ้นอยู่ที่ 15-20 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ต้องทำการล้างเครื่องกรอง โดยปริมาณของผงกรองที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดของเครื่องกรอง
5. น้ำยาควบคุมตะไคร่ A-Trine เป็นน้ำยานี้จะมีคุณสมบัติในการควบคุมการเจริญเติบโตของตะไคร่ภายในสระว่ายน้ำ และจะมีคุณสมบัติช่วยทำให้น้ำมีสีฟ้าสดใสด้วย เป็นสารเคมีที่ใช้ในการบำรุงรักษาตามระยะเวลาหรือเมื่อสระมีปัญหาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกวัน หากมีการดูแลเป็นประจำปริมาณการใช้ ½ แกลลอน ต่อสระ 100 คิว

(1 แกลลอนเท่ากับ 3.5 ลิตร)
ใส่ทุกสัปดาห์ ½ ลิตร ต่อสระ 100 คิว

6. น้ำยาปรับสภาพน้ำใส เป็นน้ำยาที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำเขียวที่เกิดจากการขาดการดูแล หรือน้ำขาดสารเคมี จึงทำให้ตะไคร่เกิดการเจริญเติบโตภายในสระมาก เป็นสาเหตุทำให้น้ำเขียว น้ำยาจะทำให้ตะไคร่ตายและตกตะกอนลงสู่ก้นสระ จากนั้นจึงทำการดูดตะกอนทำความสะอาดตามปกติ
ปริมาณการใช้ ½ แกลลอน ต่อสระ 100 คิว
(1 แกลลอนเท่ากับ 3.5 ลิตร)
ใส่ทุกสัปดาห์ ½ ลิตร ต่อสระ 100 คิว

7. น้ำยาเร่งการตกตะกอน F-2000 เป็นน้ำยาที่ช่วยแก้ปัญหาสภาพน้ำในสระมีลักษณะขุ่น เนื่องจากมีสารแขวนลอยมาก น้ำยาจะมีคุณสมบัติทำให้สารแขวนลอยมารวมตัวกันเป็นอนุภาคที่ใหญ่ขึ้นจนมีน้ำหนักมากพอที่จะตกตะกอนลงมาสู่ก้นสระ เทคนิคในการใช้น้ำยาเร่งการตกตะกอนคือเมื่อใส่ลงในสระแล้วต้องปิดระบบหมุนเวียนน้ำ เพื่อให้สารแขวนลอยตกตะกอน ทิ้งไว้ 1 คืน และต้องรีบดูดตะกอนออกตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากถ้าอุณหภูมิสูงตะกอนจะลอย ทำให้ดูดตะกอนออกได้ไม่หมด
ปริมาณการใช้ 1-½ แกลลอน ต่อสระ 100 คิว (1 แกลลอนเท่ากับ 3.5 ลิตร)
8. น้ำยาทำความสะอาดกระเบื้องขอบสระ Tile Cleanใช้ชุบฟองน้ำหรือผ้าเช็ดตามกระเบื้องขอบสระบริเวณระดับน้ำ เนื่องจากที่บริเวณนี้จะมีคราบสกปรกมาเกาะมาก คราบสกปรกมาจากฝุ่นละอองต่างๆ น้ำมันทาผิว เหงื่อไคล และสิ่งสกปรกที่มักลอยอยู่บนผิวน้ำ น้ำยาจะมีคุณสมบัติไม่มีฟอง และมีค่า pH เป็นกลางจึงไม่มีผลกระทบกับน้ำในสระ


ประการที่สอง คือการกรองที่สำคัญในการต้องการให้น้ำในสระว่ายน้ำใสและสะอาด
สระว่ายน้ำจะมีว่าวหลักอยู่ 4 วาล์ว คือ
1.สะดือ
2.ท่อดูดตะกอน
3. บ่อพักน้ำ
4. วาล์วท่อจ่าย(กรณีเป็นระบบสกิมเมอร์จะมีวาล์วสกิมเมอร์แทนวาล์วบ่อพักน้ำ)
การเปิดวาล์วน้ำเพื่อกรองระบบน้ำล้น
1.ให้เปิดวาล์วบ่อพักน้ำและวาล์วจ่ายน้ำเข้าสระ
2.ให้เปิดวาล์วเพื่อกรองน้ำหมุนเวียนเฉพาะในสระว่ายน้ำ
- ให้เปิดวาล์วสะดือและเปิดวาล์วจ่ายน้ำเข้าสระ

3. การดูดตะกอนสระว่ายน้ำ
-การดูดตะกอนสระว่ายน้ำต้องทำการดูดทุกวันวันละหนึ่งครั้ง กรณีน้ำเสียต้องทำการดูดตะกอนหลายครั้งเพื่อให้สระว่ายน้ำใสเร็วขึ้น วิธีการดูดตะกอนมีดังนี้
-เปิดฝาท่อดูดตะกอนที่ผนังสระถ้ามีหลายอันก็ให้เปิดอันใดอันหนึ่ง เปิดวาล์วดูดตะกอน ปิดหรือวาล์วบ่อพักน้ำหรือวาล์วสะดือ (แล้วแต่แรงดูดของการดูดตะกอน)
-นำหัดดูดตะกอนสวมด้ามดูดตะกอนและนำสายดูดด้านหนึ่งเสียบเข้ากับหัวดูดตะกอนและนำสายอีกด้านหนึ่งไปเสียบกับท่อดูดตะกอนที่เปิดฝาออกแล้วก็ดูดตะกอนตามแนวกระเบื้อง

4.วิธีการล้างเครื่องกรองสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำจะมีเครื่องกรองทรายกับเครื่องกรองผ้าให้สังเกตแรงดันของเกย์วัดแรงดัน ถ้าขึ้นเกิน 15 -20 PSI ให้ทำการถอดล้างเครื่องกรองโดยปิดระบบการหมุนเวียนก่อนปิดวาล์วทุกตัวให้สนิท ปล่อยน้ำทิ้งจากเครื่องกรองเปิดวาล์วไล่อากาศเมื่อน้ำในถังกรองหมดให้ถอดสายรัดถังกรองออกแล้วยกแผ่นกรองทั้งชุดออกมา ล้างให้สะอาดแล้วใส่กลับไว้ที่เดิม


5.วิธีการเติมผงกรองใหม่
- ให้เติมผงกรองทุกครั้งที่มีการล้างถังกรอง
วิธีการเติมผงกรอง
ล้างถังกรองให้สะอาด เปิดน้ำเติมในถังกรอง 10-20 เติมผงกรองที่เตรียมไว้กวนให้ละลาย แล้วยกแผ่นกรองใส่ปิดฝาถังกรองให้แน่น เปิดวาล์วบ่อพักน้ำเปิดวาล์วท่อจ่าย เปิดปั๊มเพื่อหมุนเวียนระบบ เปิดวาล์วไล่ลมจนน้ำไหลออกแล้วปิด
หมายเหตุ – ทุกๆเดือน ควรทำความสะอาดแท้งค์น้ำฟุตวาล์ว ตรวจดูลูกลอยรั่วหรือแตกหัก
-ถ้าตกหักควรเปลี่ยนหรือซ่อมแซม

อุปกรณ์การทำความสะอาด

1. สายดูดตะกอน 2. ด้ามดูดตะกอน 3. หัวดูดตะกอน 4. แปรงขัดสระ








ประการที่สามคือระบบสระว่ายน้ำที่วางระบบครั้งแรกต้องให้ได้ตามมาตราฐานและการเลือกระบบที่จะต้องการระบบไหนที่ใช้ได้ตามความต้องการ
ระบบสระว่ายน้ำ คือ
1. ระบบน้ำล้น (Over Flow Systems)
ระบบน้ำล้น (Over Flow Systems)
ระบบน้ำล้นเป็นระบบที่นิยมมากที่สุดในโลก ในปัจจุบันนี้ เพราะการดูแลรักษาง่าย จึงส่งผลทำให้สระว่ายน้ำที่สวยงาม, น่าลงเล่นน้ำ สระว่ายน้ำระบบนี้จะสังเกตง่ายๆ คือ จะมีเกตติ้ง รอบสระ และมีแท็งก์ของสระว่ายน้ำ ระบบนี้จะมีการหมุนเวียนดังนี้





ปัญหาสระว่ายน้ำที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข
1. น้ำเขียว
น้ำเขียวมักจะมีสาเหตุมาจากการขาดการดูแลหรือขาดสารเคมี ทำให้สาหร่ายและตะไคร่เจริญเติบโต เป็นผลทำให้น้ำมีสีเขียว ถ้าทิ้งไว้นานก็ยิ่งเขียวมากขึ้น จนกลายเป็นสีดำ
การแก้ไข ทำได้โดยการเติมคลอรีนลงไป และเดินระบบกรองและหมุนเวียนน้ำให้นานกว่าปกติ (หรือตลอดเวลา) ดูดตะกอนที่ตกลงมาก้นสระบ่อย ๆ และล้างเครื่องกรองให้บ่อยขึ้น ถ้า 2 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือไม่ดีเท่าที่ควร ให้ใช้น้ำยาปรับสภาพน้ำใสร่วมด้วย ปัญหาน้ำเขียวน่าจะแก้ไขปัญหาได้ภายใน 3-4 วัน (สำหรับสระ 100 ลูกบาศก์เมตร) ถ้าสระขนาดใหญ่อาจจะต้องใช้เวลานานมากกว่านี้

2. ตะไคร่
ปัญหาตะไคร่มักเกิดจากการดูแลที่สม่ำเสมอหรือน้ำขาดสารเคมีทำให้ตะไคร่เจริญเติบโต ทั้งตะไคร่เขียว เหลืองและดำ ส่วนมากจะมีที่บริเวณผนังสระและตามร่องกระเบื้อง
การแก้ไข ทำได้โดยทำการขัดตะไคร่ และเติมน้ำยาควบคุมตะไคร่ วันรุ่งขึ้นจึงทำการดูดตะกอนที่ตกลงที่พื้นสระทิ้งไป หลังจากนั้นควรทำการเติมน้ำยาควบคุมตะไคร่เป็นประจำ และควรควบคุมค่าคลอรีนในสระไม่ให้ต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อช่วยควบคุมตะไคร่อีกทางหนึ่ง
3. น้ำมีสีที่แปลกออกไป
การที่น้ำมีสีแปลกออกไปจากปกติเช่น สีแดงหรือสีสนิม เป็นต้น สาเหตุมาจากน้ำมีแร่ธาตุต่างๆ ปะปนอยู่ในปริมาณที่สูง เช่น เหล็ก สังกะสี เป็นต้น มักจะเกิดปัญหากับน้ำบาดาลเป็นส่วนใหญ่
การแก้ไข ทำได้โดยทำการเติมน้ำยาตะกอนโลหะลงในสระโดยเทคนิคในการใช้น้ำยาตกตะกอนโลหะคือเมื่อใส่ลงในสระแล้วต้องปิดระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อให้โลหะที่ปะปนอยู่ตกตะกอนทิ้งไว้ 1 คืน และต้องรีบดูดตะกอนออกตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากถ้าอุณหภูมิสูงตะกอนจะลอย ทำให้ดูดตะกอนออกได้ไม่หมด หากมีการเติมน้ำใหม่เข้าสระก็ควรจะใช้น้ำประปาหรือน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะดีกว่า

Idea การดูแลสระว่ายน้ำสำคัญคือตัวผู้ดูแลต้องเอาใจใส่ให้มากที่จะต้องคอยตรวจสอบค่าเคมีและศึกษาตัวสารเคมีให้เข้าใจก่อนที่จะใช้ ในการกรองหมุนเวียนน้ำก็ต้องตรวจสอบว่าตัวกรองสกปรกจะต้องล้างหรือไม่และระบบสระว่ายน้ำที่ดีก็จะเป็นระบบน้ำล้นเพราะสระจะไม่คอยจะสกปรกง่ายต่อการดูแลรักษา Embarassed
    กลับไปข้างบน
    แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
    แสดงการตอบก่อนนี้:   
    ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    www.engsamui.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> พูดคุยประสาช่าง ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
    หน้า 1 จากทั้งหมด 1

     
    ไปยัง:  
    คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
    คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
    คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
    คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
    คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้


    Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group




    The Engineering Club Of Koh Samui